."HOW WE DO OIL PALM PLANTATION"
From: j_ode08@hotmail.com
To: tinno_kwan@hotmail.com
Subject: พันธุ์ปาล์มยังกาบ
Date: Mon, 25 Jul 2011 14:31:24 +0700
To: tinno_kwan@hotmail.com
Subject: พันธุ์ปาล์มยังกาบ
Date: Mon, 25 Jul 2011 14:31:24 +0700
สวัสดีค่ะ ดร.ทินโน ขวัญดี
ดิฉันอยู่จังหวัดสงขลาต้องการปลูกปาล์มพันธุ์ยังกาบี
ไม่ทราบว่าจะติดต่อพันธุ์จากที่ไหนได้บ้างค่ะเหมาะกับสภาพดิน
และอุณหภูมิของจังหวัดสงขลาหรือเปล่า ตอนนี้ปลูกพันธุ์
ยูนิวานิชจากกระบี่ค่ะเลยอยากจะทดลองปลูกพันธุ์อื่นบ้าง
สนใจพันธุ์ยังกาบี รบกวนช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
ไม่ทราบว่าจะติดต่อพันธุ์จากที่ไหนได้บ้างค่ะเหมาะกับสภาพดิน
และอุณหภูมิของจังหวัดสงขลาหรือเปล่า ตอนนี้ปลูกพันธุ์
ยูนิวานิชจากกระบี่ค่ะเลยอยากจะทดลองปลูกพันธุ์อื่นบ้าง
สนใจพันธุ์ยังกาบี รบกวนช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีครับ
ที่สงขลาปลูกได้ทุกพันธุ์ครับ แต่สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา
ประกอบไปด้วยสิ่งต่อไปนี้ครับ
1 สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่ม น้ำท่วม หรือที่เนินสูง หรือที่ราบ
1.1 พื้นที่ลุ่มต้องยกร่องให้สูงกว่าระดับน้ำท่วม ประมาณ 75 เซ็นติเมตร
ถึง 1 เมตรป้องกันน้ำท่วมราก ในร่องสวน เลี้ยงปลาได้ครับ
สามารถดูงานได้ที่สวนปาล์ม ที่หนองเสือ คลอง10 ปทุมธานี
1.2 ที่ราบ ไม่มีปัญหา ปลูกอย่างไรก็ได้(ภาคใต้)
1.3 ที่สูง เนินเขา ต้องทำขั้นบันได ป้องกันดินไหล และ
การกัดเซาะหน้าดิน ความกว้างประมาณ 1.5-2.0 เมตร
2 การใช้ประสิทธิภาพสูงสุดของที่ดิน เพื่อให้ได้ผลตอบแทน
ในการใช้ที่ดินสูงสุด ซึ่งหมายความว่า
2.1 จำนวนต้น ต่อไร่ พันธุ์ปาล์มแต่ละชนิด ใช้พื้นที่ไม่เท่ากัน
หมายถึงระยะห่างระหว่างต้นแต่ละพันธุ์ไม่เท่ากัน
เช่น 8x8 เมตร.หรือ9x9 เมตร. ใช้วิธีคิดที่ว่า
ทางใบของปาล์ม ยาวเท่าไร ก็เป็น ระยะห่างระหว่างต้น
นั่นเองเพื่อให้ใบได้รับแสงแดดและปรุงอาหารได้
ทำให้ออกลูกได้ดี ดังนั้นหากปลูกต้นปาล์มถี่
มิได้หมายความว่าจำนวนต้นมากจะให้ผลดีกว่าปลูกห่าง
การปลูกห่างต้นปาล์มจะเจริญเติบโตดี
ดังนั้น จึงต้องหาระยะที่เหมาะสมที่สุดเปลืองเนื้อที่น้อยที่สุด
2.2 เวลาซื้อต้นกล้าพันธุ์ บริษัทผู้ผลิต และขายจะต้องบอกระยะห่าง
ระหว่างต้นให้กับผู้ปลูก
3 การเลือกพันธุ์ปาล์ม มีวิธีคิดดังนี้
3.1 ให้ลูกดก(ผลผลิตสูง) จำนวนต่อไร่ ต่อปี มากๆ
(ผลผลิตต่อปีมาก)
3.2 ให้ทะลายใหญ่ และมาก (ประหยัดเวลาเก็บเกี่ยว)
3.3 เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง (ถ้ามากกว่า 23 เปอร์เซ็นต์ยิ่งดี
ปัจจุบันบางพันธุ์ได้เกือบถึง 30 เปอร์เซ็นต์
จะขายได้ราคาดี แต่ปัจจุบันโรงงานยังไม่มีเครื่องมือ
วัดเปอร์เซ็นต์น้ำมัน อาศัย การดูและ
คาดคะเน ไม่มีการชี้ชัดด้วยเครื่องมือที่เชื่อถือได้)
3.4 ดูแลง่าย เป็นโรคยาก ทนสภาพอากาศ และภูมิประเทศ
ตามที่กล่าวมาใน ข้อ1 ได้ดี เช่นสภาพน้ำท่วม ต้องทนน้ำได้ดี
ถ้าสภาพที่ดินแล้ง ฝนตกน้อย ต้องเป็นพันธุ์
ที่ทนแล้งได้ดี หากต้องปลูกในที่สูง
หรือเนินต้องมีรากลึกและเข็งแรง
3.5 สูงช้า ต้นอ้วนใหญ่(ตะโพกอ้วน) เมื่อต้นอ้วน
หมายถึงทางใบจะออกมามาก
ทะลายปาล์มจะออกมาตามทางใบ
ซึ่งหมายถึงจะได้ จำนวนทะลายและ
น้ำหนัก ปาล์มมากตามไปด้วย
สูงช้าจะให้ผลดีคือ ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว
เสียค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวน้อย
4 ซื้อต้นกล้าพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
5 ต้องเรียนให้ทราบว่า พันธุ์ปาล์มน้ำมัน
เป็นพันธุ์ผสมทั้งสิ้นครับ พันธุ์แท้ใช้ไม่ได้
ครับ ให้คุณสมบัติที่เด่นและด้อยชัดเจน
ผู้ผลิตจึงต้องทำเป็นลูกผสม เพื่อให้สามารถตอบสนอง
ความต้องการตามแต่สภาพพื้นที่ต่างๆได้ดี
ดังนั้นจึงต้องเลือกอย่างเหมาะสม
6 ปัจจุบันที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ เทอร์เนอร่า ยังกาบี
(ใช้มาประมาณ10 ปีแล้วพัฒนาโดยมาเลเซีย)
พันธุ์ใหม่ๆที่ใช้กันเช่น คอมเพ็ค ซีราด
7 ซีราด ปลูกได้ดีในสถานที่แล้งกว่าพื้นที่ภาคใต้ทั่วไป
สูงช้า ตะโพกอ้วนให้ปริมาณการผลิต 5-6 ตัน ต่อ ไร่ ต่อ ปี
เหมาะสำหรับการปลูกที่การ ดูแลต่ำ ส่วน ยังกาบี
เป็นพันธุ์ที่พัฒนาใช้มาแล้ว(พันธุ์เก่า)
8 สำหรับแหล่งที่ซื้อพันธุ์กล้า มีอยู่ทั่วไปครับ พิจารณา แท้ ไม่แท้
ถูก หรือแพงกว่ากันครับ
9 ควรพิจารณาหลายประการประกอบการตัดสินใจ
มิใช่เอาปัจจัยหนึ่งปัจจัยเดียวมา
ตัดสินใจ ในการเลือกพันธุ์ปาล์มมาปลูก
ดร.ทินโน ขวัญดี
081-619-6664


